ท้องถิ่นจังหวัดชัยนาทเผยข้อมูลปริมาณขยะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สาเหตุจากพฤติกรรมการอุปโภคบริโภคของประชาชน

นายโกมินทร์ อินรัสพงศ์ ท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท กล่าวในรายการผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทพบประชาชน ทาง สวท.ชัยนาท FM91.75 MHz ว่า ปัญหาขยะปัจจุบัน นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ทั้งนี้เกิดจากการอุปโภคบริโภค และกิจกรรมต่างๆ ของประชาชน ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวเนื่องกันหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน หรือเรื่องการคัดแยกขยะจากต้นทาง หรือการจัดการขยะไม่ได้มาตรฐานจะก่อให้เกิดมลพิษ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ข้อมูลปีที่ผ่านมาพบว่า มีขยะเกิดขึ้นกว่า 12 ล้านตันต่อปี แบ่งได้ 4 ประเภท 1.ขยะอินทรีย์ ย่อยสลายได้ คิดเป็นร้อยละ 60 2.ขยะรีไซเคิล นำกลับมาใช้ใหม่ได้ คิดเป็นร้อยละ 30 เช่น แก้ว กระป๋อง ขวด 3.ขยะทั่วไป ย่อยสลายได้ยาก เช่น โฟม ถุงพลาสติก คิดเป็นร้อยละ 5 และ 4.ขยะอันตราย ต้องกำจัดโดยวิธีเฉพาะ ซึ่งกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมกำหนดกฎเกณฑ์วิธีการกำจัดเพื่อไม่ให้เป็นการปล่อยมลพิษกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คิดเป็นร้อยละ 5 ของขยะทั้งหมด

ในส่วนของจังหวัดชัยนาทเอง ข้อมูลในปีงบประมาณ 2564 พบมีปริมาณขยะชุมชน เฉลี่ย 320 ตัน/วัน หรือคิดเฉลี่ย 1.5 กิโลกรัม/คน/วัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุเกิดจาก 1. ต้นทางคือผู้อุปโภคบริโภค ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้ การบริโภค ขาดการเอาใจใส่ ขาดจิตสำนึกเกี่ยวกับการลดปริมาณขยะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของประมาณขยะที่เพิ่มขึ้น 2.ระบบกลางทาง คือ การคัดแยก การเก็บขน ปัญหาคือประสิทธิภาพในการคัดแยก เก็บขนภาชนะมีไม่เพียงพอในการคัดแยกขยะแต่ละประเภท เพราะขยะแต่ละประเภทมีรูปแบบในการกำจัดแตกต่างกัน การไม่คัดแยกขยะทำให้การกำจัดค่อนข้างยาก และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ 3.ระบบปลายทาง เมื่อมีการเก็บขนเรียบร้อยแล้ว การกำจัดขยะสามารถดำเนินการได้หลายวิธี เช่น ฝังกลบ เผา การแปลงขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า หากเป็นระบบกำจัดที่ถูกต้องตามหลักวิชาการจะใช้งบประมาณสูง แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรามีงบประมาณน้อย เนื่องจากมีภารกิจในการดำเนินกิจกรรมด้านอื่นๆ การบริหารจัดการขยะจึงจำเป็นต้องบูรณาการทุกภาคส่วน


image รูปภาพ
image


คะแนนโหวต :
บทความที่น่าสนใจ
บทความยอดนิยม