ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา เตรียมรับมือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดวันนี้ (19 ต.ค.64) ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,704 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท มีปริมาณน้ำทางเหนือเขื่อน 17.15 เมตร(รทก.) มีปริมาณน้ำท้ายเขื่อน 15.95 เมตร (รทก.)  และเขื่อนเจ้าพระยา มีอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 2,673 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

นายพงษ์ศักดิ์ อัครมณี ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า เนื่องจากในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดตาก และจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงมากขึ้น โดยที่สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จะมีมวลน้ำแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในอัตรา 2,700-2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับทางจังหวัดอุทัยธานี มีปริมาณฝนตกมากขึ้นจึงส่งผลให้ลุ่มน้ำสะแกกรังมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน 

มวลน้ำดังกล่าวจะไหลลงมายังเขื่อนเจ้าพระยาและตามแผนเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากมวลน้ำดังกล่าวไหลลงมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา ทางเขื่อนเจ้าพระยาก็จะมีแผนปรับการระบายน้ำให้อยู่ในอัตรา 2,700 ไม่เกิน 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ด้วยสถานการณ์น้ำที่ท่วมขังเดิมอยู่แล้ว ทางเขื่อนเจ้าพระยามีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ในการยกระดับน้ำเพื่อเป็นการหน่วงน้ำให้การระบายน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ในเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำจากกรมชลประทาน อย่างใกล้ชิด และทางกรมชลประทานยืนยันจะบริหารจัดการน้ำให้เต็มศักยภาพและให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด


image รูปภาพ
image

คะแนนโหวต :
บทความที่น่าสนใจ
บทความยอดนิยม