ชลประทานที่ 12 เกาะติดน้ำเหนือ! เขื่อนเจ้าพระยาปรับระบาย 200 ลบ.ม./วินาที พร้อมรับมือหน้าฝนตาม 9 มาตรการหลัก

ชัยนาท (5 สิงหาคม 2569) – จากสถานการณ์ฝนที่ตกชุกทางตอนบนของประเทศ ส่งผลให้แม่น้ำสายหลักเริ่มมีปริมาณน้ำไหลหลากลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนกลางเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดที่สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 780 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท มีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.17 เมตร (รทก.) และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 6.51 เมตร (รทก.) โดยทางเขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

นายธาราพงศ์ ปราบเสร็จ หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ปริมาณฝนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มขยับสูงขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมต้องเผชิญกับภาวะฝนทิ้งช่วงจากผลกระทบของสภาวะเอลนีโญ ส่งผลให้ปริมาณน้ำน้อยกว่าปกติ ภาพรวมในปีนี้กรมชลประทานจึงต้องใช้แนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่าง "ประณีต" เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับภาคเกษตรกรรม อุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม และการรักษาระบบนิเวศสำ

หรับคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม กรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่า ในเดือนสิงหาคมปริมาณฝนยังคงน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ก่อนที่ปริมาณฝนจะเริ่มเพิ่มขึ้นในเดือนกันยายน และกลับมาน้อยลงอีกครั้งในเดือนตุลาคม ส่วนประเด็นเรื่องอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาต้องเฝ้าระวังปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่ ซึ่งหากเกิดมักจะเป็นน้ำหลากในช่วงเวลาอันสั้น รวมถึงต้องติดตามทิศทางพายุจรที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมนี้ ประมาณ 1-2 ลูก

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากอย่างรัดกุม โดยยึดตาม 9 มาตรการหลักของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมทั้งฝากเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ข่าวสารและปริมาณฝนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป : เกวลี เกิดน้อย ข่าว


image รูปภาพ
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar