ร้านอาหารดังชัยนาทดีใจ หลังยูเนสโกประกาศเมนูต้มยำกุ้งเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

วันนี้ 4 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศรับรองให้เมนูอาหารอย่างต้มยำกุ้งเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ประจำปี 2567 ทำให้คนไทยและร้านอาหารหลายแห่งในจังหวัดชัยนาทดีใจและคาดหวังว่าเมนูต้มยำกุ้งจะกลับมาได้รับความนิยมจากเหล่าบรรดานักชิมอีกครั้งหนึ่ง

นายธีรุตย์ เจิรญทองธนันต์ หรือคุณต๋อง เจ้าของร้านสำรับกับข้าว ริเวอร์ไซด์ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า ต้มยำกุ้ง ถือเป็นมรดกภูมิปัญญา ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถี การดำเนินชีวิตของคนไทย ที่มีความเรียบง่าย มีสุขภาวะทั้งกายและใจที่แข็งแรง รู้จักการพึ่งพาตนเองด้วยวิธีธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็น กับข้าว ที่คนในชุมชนเกษตรกรรมริมแม่น้ำในพื้นที่ภาคกลาง นำวัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชนท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ โดยชื่อ ต้มยำกุ้ง เกิดจากการนำคำ 3 คำมารวมกันได้แก่ “ต้ม” “ยำ” และ “กุ้ง” ซึ่งหมายถึง กระบวนการทำอาหารที่นำเนื้อสัตว์ คือ กุ้ง ต้มลงในน้ำเดือด ที่มีสมุนไพรซึ่งปลูกไว้กินเองในครัวเรือน อย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และปรุงรสจัดจ้านแบบยำ ให้มีรสเปรี้ยวนำด้วยมะนาว ตามด้วยรสเค็มจากเกลือหรือน้ำปลา รสเผ็ดจากพริก รสหวานจากกุ้ง และขมเล็กน้อยจากสมุนไพร นั่นเอง

ทั้งนี้ ต้มยำกุ้งที่เต็มไปด้วยเครื่องสมุนไพรไทยหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก หอมแดง ต้มยำกุ้งน้ำข้น ไม่เพียงแต่อร่อยและมีรสชาติที่จัดจ้าน ยังเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพด้วยสรรพคุณจากสมุนไพรไทยต่างๆ เหมาะสำหรับการเพิ่มภูมิต้านทาน ในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง และตนเองในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการร้านอาหารรู้สึกภูมิใจและดีใจกับคนไทยที่เมนูต้มยำกุ้งได้รับรองให้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากยูเนสโก และถือว่ายังเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทยอีกทางหนึ่ง : เกวลี เกิดน้อย ข่าว


image รูปภาพ
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดชัยนาท ขายทอดตลาดพัสดุ จำนวน 14 รายการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดชัยนาท มีความประสงค์ขายทอดตลาด
โรงพยาบาลสรรพยา เพื่อจำหน่ายขายทอดตลาด จำนวน 39 รายการ
โรงพยาบาลสรรพยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท เพื่อจำหน่ายขายทอดตลาด ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2566