ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจผลกระทบจากสภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูง ณ ร้าน "นกนวดเพื่อสุขภาพ" ในเขตเทศบาลเมืองชัยนาท พบบรรยากาศสุดเงียบเหงา พนักงานนวดทั้ง 5 ชีวิตต้องนั่งรอรับบริการท่ามกลางความว่างเปล่าเกือบตลอดทั้งวัน โดยเจ้าของร้านระบุว่านับตั้งแต่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ลูกค้าประจำหายไปมากกว่าครึ่ง เนื่องจากประชาชนต้องประหยัดค่าใช้จ่ายเพื่อเก็บเงินไว้ใช้ด้านปากท้องและการเดินทางมากกว่าการนวดผ่อนคลาย
น.ส.สายชล จั่นทอง หรือ "พี่นก" วัย 54 ปี เจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้พิการทางสายตา เปิดเผยความในใจด้วยความรันทดว่า ปัจจุบันสถานการณ์บีบคั้นอย่างหนัก หมอนวดแต่ละคนต้องควักเงินเติมน้ำมันเพื่อเดินทางมาทำงาน แต่กลับไม่มีรายได้เข้าร้าน บางวันได้งานชิ้นแรกตอนสี่โมงเย็น หรือบางวันไม่มีลูกค้าเลยแม้แต่รายเดียว ส่งผลให้รายได้จากเดิมที่เคยได้วันละ 500-600 บาท เหลือเพียง 200-300 บาท หรือเป็นศูนย์ในบางวัน สวนทางกับค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ขยับจากเดือนละ 2,500 บาท เป็นกว่า 4,000 บาท เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดและจำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศรอสแตนบายลูกค้า
พี่นกกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะเข้าใจว่าราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นจากสภาวะสงคราม แต่ในฐานะคนรากหญ้าที่มีรายได้น้อยจึงอยากวิงวอนให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะ "โครงการคนละครึ่ง" ที่เคยช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงขอให้พิจารณาปรับเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 500 บาทต่อเดือน เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางมีเงินเพียงพอต่อการซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคพื้นฐาน ทั้งนี้ทางร้านยืนยันจะไม่มีการปรับขึ้นราคานวดที่ชั่วโมงละ 200 บาทอย่างแน่นอน เพราะเพียงแค่ราคาเดิมในปัจจุบันก็แทบจะแบกรับภาระค่าเช่าร้านและค่าจ้างพนักงานไม่ไหวอยู่แล้ว : เกวลี เกิดน้อย ข่าว