ผู้ว่าฯ ชัยนาท ส่งหนังสือด่วนที่สุดแจ้งเตือนอำเภอสรรพยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมรับมือเขื่อนเจ้าพระยาจ่อปรับเพิ่มการระบายน้ำแตะ 1,000 ลบ.ม./วินาที หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง

วันนี้ (25 สิงหาคม 2569) นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ส่งถึงนายอำเภอสรรพยา ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท และผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดชัยนาท เพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำและการเตรียมความพร้อมรับมือ หลังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท (กอปภ.จ.) ได้รับแจ้งจากกรมชลประทานถึงปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สืบเนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 25–28 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้ข้อมูล ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ที่ 936 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ว่าในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้นเป็น 1,000–1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับน้ำจากลำน้ำสาขา ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ระหว่าง 1,100–1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

กรมชลประทานจึงมีความจำเป็นต้องรับน้ำเข้าระบบชลประทาน 2 ฝั่ง และ "มีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราระหว่าง 700–1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที" ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.60–1.50 เมตร ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเสนา, อำเภอผักไห่, อำเภอบางบาล, อำเภอพระนครศรีอยุธยา, อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (เบื้องต้นยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน) หากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นจนต้องระบายเกิน 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะมีการแจ้งเตือนให้ทราบอีกครั้ง ในการนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้:

ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน: แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา (เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพ และร้านอาหาร) รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมรับมือ 24 ชั่วโมง: ให้ทางอำเภอติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์จากสภาวะอากาศ ปริมาณฝน และปัจจัยเสี่ยง พร้อมบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และเครือข่ายภาคเอกชน เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบได้อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง : เกวลี เกิดน้อย ข่าว


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar