วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำจากสถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,944 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งระดับน้ำเหนือยังคงลดลงต่อเนื่อง ขณะที่สถานีวัดน้ำ C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท มีระดับน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.83 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมีการตรึงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน เพื่อรองรับมวลน้ำฝนตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา และช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจใน 11 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา สำหรับระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 15.93 ม.รทก. โดยระดับน้ำยังคงห่างจากตลิ่ง 0.41 เมตร
จากสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ถูกน้ำท่วมขยายวงกว้างรวม 6 ตำบล เดือดร้อนกว่า 4,537 ครัวเรือน หรือกว่า 10,693 คน ประชาชนจำนวนมากจึงต้องอพยพหนีน้ำขึ้นมาสร้างที่พักชั่วคราวและกางเต็นท์นอนริมถนน เนื่องจากระดับน้ำภายในบ้านสูงตั้งแต่ 50 ไปจนถึง 180 เซนติเมตร ตามสภาพความสูงต่ำของพื้นที่
ด้าน นางมาลัย จันทร์ทอน อายุ 61 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลหาดอาษา ผู้พิการทางสายตา ซึ่งได้อพยพมาสร้างเพิงพักชั่วคราวริมถนนร่วมกับสามีตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมระลอกแรกเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เปิดเผยว่า ตนสูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุแสงไฟเชื่อมเหล็กในสมัยทำงาน และต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีจนมีความยากลำบากอย่างยิ่ง การมาอาศัยอยู่ริมถนนทำให้เดินทางไปไหนมาไหนไม่ได้ โดยตนไม่ได้คิดโทษใครเพราะเข้าใจว่าทุกคนต่างก็เดือดร้อนกันทั่วหน้า แต่สิ่งเดียวที่รู้สึกหวาดระแวงและกลัวที่สุดคืออุบัติเหตุจากรถที่สัญจรไปมา เกรงว่าวันใดวันหนึ่งอาจจะถูกรถขับมาชนเสียชีวิตแบบไม่รู้ตัว จึงอยากวอนขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนช่วยขับขี่ด้วยความระมัดระวังและชะลอความเร็วเมื่อผ่านจุดที่ชาวบ้านกางเต็นท์นอนริมถนน : เกวลี เกิดน้อย ข่าว