ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบผู้ประกอบการแปรรูปปลาแดดเดียวรายใหญ่ในพื้นที่หมู่ 3 ต.ท่าชัย อ.เมือง จ.ชัยนาท ภายใต้แบรนด์ "วิศวะปลาเค็ม" ของ นายนิพนธ์ อธิลาภ หรือ "อั้ม" วัย 36 ปี ซึ่งกำลังเผชิญกับมรสุมต้นทุนรอบด้าน ทั้งราคาปลาสดที่รับซื้อพุ่งสูงขึ้นตามกลไกตลาด รวมถึงค่าบรรจุภัณฑ์ ลังโฟม และที่สำคัญที่สุดคือค่าขนส่งเอกชนแบบห้องเย็นที่ขยับราคาตามราคาน้ำมัน โดยหากน้ำมันปรับขึ้น 5-10 บาท ค่าขนส่งจะดีดตัวสูงขึ้นถึง 20% ทันที ทำให้ต้นทุนปลารวมค่าส่งขยับจากกิโลกรัมละ 100 บาท ไปแตะที่ 140 บาทอย่างเลี่ยงไม่ได้
นายนิพนธ์ เปิดเผยว่า แม้ต้นทุนจะพุ่งสูงแต่ทางร้านยังไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นตามได้ทั้งหมด เพราะเกรงว่ากำลังซื้อของประชาชนจะลดลงและส่งผลกระทบต่อลูกค้าขายส่งซึ่งเป็นผู้ค้ารายย่อยที่รับไปจำหน่ายต่อ จึงตัดสินใจใช้องค์ความรู้ด้านวิศวกรรมปรับตัวครั้งใหญ่ด้วยการติดตั้งระบบพลังงานทดแทน "โซล่าเซลล์ขนาด 20 KW" เพื่อนำมาใช้ขับเคลื่อนห้องเย็นขนาดใหญ่ที่ต้องใช้แช่แข็งปลาแดดเดียวตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของโรงงานและเป็นจุดที่กินไฟมากที่สุด โดยจากการเริ่มใช้งานมาได้ 1 เดือน พบว่าสามารถลดภาระค่าไฟฟ้าจากเดิมที่เคยจ่ายเดือนละ 25,000-30,000 บาท ให้เหลือเพียงไม่กี่พันบาท ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึงเดือนละ 20,000 บาท
ทั้งนี้ เจ้าของร้านวิศวะปลาเค็มยอมรับว่า การทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมันแบบรายวันสร้างความยากลำบากในการคำนวณต้นทุนและการวางแผนตลาดเป็นอย่างมาก แต่การนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้อย่างเป็นระบบช่วยให้ธุรกิจยังพอมีกำไรเหลือเพียงพอสำหรับเลี้ยงดูลูกน้องและประคับประคองกิจการให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการที่ประหยัดทุกด้านควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพสินค้าเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ให้มั่นคงที่สุดท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในขณะนี้ : เกวลี เกิดน้อย ข่าว