ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประกอบอาชีพของกลุ่มผู้ขับขี่รถสามล้อเครื่อง หรือรถตุ๊กๆ ในพื้นที่ตัวเมืองจังหวัดชัยนาท พบว่าเป็นไปด้วยความเงียบเหงาและซบเซาอย่างหนัก ยอดผู้มาใช้บริการลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากประชาชนหันมาใช้วิธีเดินเท้าแทนการนั่งรถในระยะทางใกล้ๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้คนขับรถตุ๊กๆ ต้องพากันนั่งๆ นอนๆ รอผู้โดยสารอยู่ตามคิวรถอย่างไร้จุดหมาย แต่ก็ยังจำเป็นต้องออกมารับจ้างทุกวันเพราะเป็นอาชีพหลักที่ทำมานานและต้องดิ้นรนหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว ท่ามกลางกระแสข่าวที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน" แจกเงินช่วยเหลือค่าครองชีพเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังในวันที่ 25-29 พฤษภาคมนี้
นายสุขสันต์ ฉิมกรด อายุ 46 ปี หนึ่งในผู้ประกอบการขับรถตุ๊กๆ เมืองชัยนาท เปิดเผยว่า เงินเยียวยาจำนวน 1,000 บาทต่อเดือน รวมระยะเวลา 4 เดือน (มิถุนายน - กันยายน 2569) ที่รัฐบาลกำลังจะมอบให้นั้น ถือว่าสามารถเข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของตนได้ในระดับหนึ่งในสภาวะที่เศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ โดยตั้งใจว่าหากได้รับเงินก้อนนี้มา จะรีบนำไปใช้จ่ายจัดซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง รวมถึงของสดต่างๆ นำมาตุนไว้ในครัวเรือน เนื่องจากตนเองมีภาระต้องดูแลบุตรถึง 3 คน ซึ่งจำเป็นต้องมีอาหารและของกินสำรองไว้ให้อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ เงินอีกส่วนหนึ่งยังจะช่วยแบ่งเบาภาระในเรื่องการจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายให้ลูกๆ ได้นำเงินไปโรงเรียนในแต่ละวันได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม นายสุขสันต์ระบุเพิ่มเติมว่า แม้นโยบายแจกเงินครั้งนี้จะเป็นเรื่องดีที่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น และทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยพอจะลืมตาอ้าปากได้บ้างในช่วง 4 เดือนนี้ แต่ในระยะยาวตนก็อยากวิงวอนให้รัฐบาลเร่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมและลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงปรับลดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการทำมาหากินของกลุ่มรถรับจ้าง เพื่อให้กลไกทางเศรษฐกิจและสภาพความเป็นอยู่ของบ้านเมืองกลับมาดีขึ้นอย่างยั่งยืนเหมือนเช่นในอดีต : เกวลี เกิดน้อย ข่าว