วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ณ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท ได้มีการจัดพิธีทำบุญตักบาตรอาหารคาว-หวาน แด่พระสงฆ์ธุดงค์ธรรมยาตรา ตามโครงการขับเคลื่อนปฏิบัติธรรมแนวทางปฏิบัติธรรมนาวา “วัง” สร้างศาสนาทายาทสู่แดนพุทธภูมิ ปีที่ 9 ซึ่งกำหนดจัดขึ้น ณ วัดในจังหวัดชัยนาทจำนวน 7 วัด ระหว่างวันที่ 1 - 7 กรกฎาคม 2569 โดยมี พระธรรมมวชิรกวี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 และเจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร เป็นผู้ดำเนินโครงการ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และอุทิศถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในห้วงระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน – 9 กรกฎาคม 2569 ก่อนที่คณะพระสงฆ์มีกำหนดจะออกเดินทางสู่ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ต่อไป
พระราชวชิรกิจจาทร เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท และเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร เปิดเผยว่า ในวันนี้ทางวัดพระบรมธาตุฯ ได้ร่วมต้อนรับคณะพระธุดงค์ที่เดินทางมาจากจังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 40 รูป ซึ่งการเดินธุดงค์นั้นถือเป็นการฝึกความอดทนเพื่อให้ได้เผชิญกับความทุกข์ เพราะตามหลักธรรมคำสอนแล้ว หากมนุษย์เรายังคงติดอยู่ในความสุขสบายก็จะไม่ทำให้เกิดความงอกงามทางจิตใจ แต่ความทุกข์ต่างหากที่จะเป็นสิ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดสติและปัญญา นอกจากนี้ จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดอุบัติเหตุเด็กอายุเพียง 11 ขวบ ขับรถชนพระธุดงค์จนมรณภาพ อาตมาภาพในนามของคณะสงฆ์ต้องขอแสดงความไว้อาลัยต่อพระคุณเจ้าทุกรูปด้วยความสุดซึ้ง ยอมรับว่าไม่มีใครอยากให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้ขึ้นในสังคม
เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท ได้กล่าวแสดงธรรมเตือนสติทิ้งท้ายถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยหยิบยกพุทธพจน์และศาสนสุภาษิตมาเตือนใจพสกนิกรว่า "อัชเชวะ กิจจะมาตัปปัง โก ชัญญา มะระณัง สุเว" ซึ่งแปลว่า เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ มีวันนี้แต่พรุ่งนี้จะมีหรือไม่ก็ไม่มีใครหยั่งรู้ได้ เรารู้วันเกิดแต่เราไม่รู้วันตาย นี่คือสัจธรรมของชีวิตที่ทุกคนจึงไม่ควรใช้ชีวิตอยู่ด้วยความประมาท ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นตามหลักทางพระพุทธศาสนาอาจเป็นเพราะมีกรรมร่วมกันมา ดังสุภาษิตที่ว่า "กมฺมุนา วตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม และ "กมฺมํ สตฺเต วิภชติ" กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้ดีเลวแตกต่างกัน พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราหมั่นรักษาและระลึกถึงลมหายใจอยู่เสมอ เพราะหากหายใจเข้าแล้วไม่ใช่ออกหรือออกแล้วไม่เข้าก็คือความตาย ขอให้ทุกคนยึดมั่นในคำสอนของพระพุทธศาสนาในการสู้ชีวิต ดำเนินชีวิตด้วยสติปัญญาอย่างมุ่งมั่นและไม่ท้อแท้ เพราะในโลกนี้ยังมีคนที่ตกทุกข์ได้ยากและลำบากกว่าเราอีกมากมาย : เกวลี เกิดน้อย ข่าว