วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาเริ่มมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กรมชลประทานได้ทยอยปรับลดการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาจากเดิม 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงมาอยู่ที่ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ โดยผลการวัดระดับน้ำล่าสุด ณ สถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,009 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท มีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.05 เมตร (รทก.) ระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 15.58 เมตร (รทก.) และคงอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนที่ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
แม้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเริ่มลดลงแล้ว แต่พื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำยังคงได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะในตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา ซึ่งปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบภัยกว่า 7 ตำบล มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 1,412 ครัวเรือน อีกทั้งน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานานเริ่มเปลี่ยนสีและส่งกลิ่นเหม็นเน่า ทั้งนี้ ทางเทศบาลตำบลโพนางดำออกได้เร่งบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อให้ความช่วยเหลือ ทั้งการจัดหาถังอุปโภคบริโภค ห้องสุขา และกระแสไฟฟ้าสำหรับผู้อพยพริมถนนสายคันคลองมหาราช พร้อมประสานขอสนับสนุนน้ำ EM มาราดปรับสภาพน้ำเสีย รวมถึงเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินฯ เป็นจุดบริการรับลงทะเบียนยื่นขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจาก ปภ. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
ด้าน นายภิรมย์ โถสุวรรณ์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโพนางดำออก เปิดเผยว่า ตอนนี้ระดับน้ำท่วมลดลงไปแล้วประมาณ 40 เซนติเมตร โดยทางเทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ หลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงต้องเตรียมรับมืออย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบทเรียนจากปีที่ผ่านมาที่มักประสบภัยน้ำท่วมซ้ำซ้อน 2-3 รอบ ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่ยอมนำสิ่งของลงจากที่สูง และยังคงเฝ้าระวังติดตามประกาศเตือนภัยเรื่องฝนที่จะตกหนักจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด : เกวลี เกิดน้อย ข่าว