ภายหลังจากกระทรวงการคลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยเปิดให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์สามารถยื่นทบทวนสิทธิได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และต้องดำเนินการแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ก่อนประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 21 กันยายน 2569 และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดชัยนาท พบประชาชนจำนวนมากกว่า 300 คน เดินทางมาตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถ ขอคัดหนังสือรับรองประวัติการครอบครองรถ และนำเอกสารไปประกอบการยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและแออัด มีทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ไม่รู้หนังสือ และประชาชนทั่วไป ต่างรอรับบริการตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากหลายคนไม่สามารถดำเนินการกรอกเอกสารได้ด้วยตนเอง และต้องอาศัยเจ้าหน้าที่หรือญาติช่วยเหลือ
จากการสอบถามพบว่า ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากข้อมูลในระบบระบุว่าผู้ลงทะเบียนมีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เกินเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ได้ครอบครองยานพาหนะดังกล่าว ทำให้ถูกตัดสิทธิ์และต้องเดินทางมายื่นอุทธรณ์เพื่อขอแก้ไขข้อมูล ***นางสมพิศ จันทร์ฤทธิ์ อายุ 74 ปี ชาวอำเภอเมืองชัยนาท กล่าวว่า ระบบแจ้งว่าตนมีรถจักรยานยนต์ 2 คัน ทั้งที่ความจริงไม่มีรถแม้แต่คันเดียว และไม่สามารถขี่รถจักรยานยนต์ได้ มีเพียงจักรยานเก่าเก็บไว้ที่บ้าน อีกทั้งไม่มีที่ดินหรือที่ทำกิน ต้องอาศัยอยู่ในบ้านเช่าและรับจ้างซักรีดเป็นครั้งคราว รายได้ไม่แน่นอน เงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เคยได้รับช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพ ทั้งค่าข้าวสาร ค่าอาหาร ค่าน้ำ และค่าไฟฟ้า "พอรู้ว่าไม่ผ่านสิทธิ เครียดมาก นอนไม่หลับ เพราะไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อข้าวกิน หากไม่ได้รับสิทธิอีกก็ไม่รู้จะอยู่ต่ออย่างไร จะให้ไปทำงานอย่างอื่นก็ทำไม่ไหวแล้ว" ***ขณะที่ นางละม่อม กลิ่นฟุ้ง อายุ 76 ปี ชาวตำบลห้วยกรด อำเภอสรรคบุรี เปิดเผยว่า ระบบระบุว่าตนมีทาวน์เฮาส์ มีห้องเช่า และมีที่ดิน ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่มีทรัพย์สินดังกล่าว อาศัยอยู่บ้านเก่าเพียงลำพัง และมีรายได้จากลูกส่งให้เดือนละ 1,000 บาทเท่านั้น
นางละม่อม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ภายหลังถูกตัดสิทธิ์จากความคลาดเคลื่อนของข้อมูล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพียงแจ้งขอโทษแต่ไม่ได้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง กระทั่งปีนี้ยังคงถูกตัดสิทธิ์อีกครั้ง ทั้งที่ตั้งใจว่าจะได้รับการช่วยเหลือ
"ตอนนี้ทำงานไม่ไหวแล้ว นิ้วมือเหยียดไม่ได้ เดินก็ลำบาก เงิน 300 บาทอาจไม่มากสำหรับคนอื่น แต่สำหรับป้ามีค่ามาก ใช้ซื้อข้าว ซื้อกับข้าว ประทังชีวิตในแต่ละเดือน วันนี้มาเป็นเพื่อนหลานเรื่องตรวจสอบข้อมูลรถ ส่วนของป้าต้องเดินทางไปสำนักงานที่ดินเพื่อขอเอกสารยืนยันว่าไม่มีทรัพย์สินตามที่ระบบระบุ" : เกวลี เกิดน้อย ข่าว